กลับมาใหม่

posted on 23 Sep 2010 02:47 by littlepolarbear

 

กลับมาเขียนบล็อกใหม่ดีกว่า.....

เพราะรู้สึกว่า ได้เขียนโน่นนี่นั่นแล้วมันสนุกดี....

กลับมาอ่าน มันก็สนุกเพราะ ได้เห็นความคิดและอารมณ์ของตัวเองในช่วงนั้นว่ามันเป็นยังไง??

 

อีกอย่างคือ Publish ทุกสิ่งอันที่มีอยู่ไปหมดเลย 555 .....(แต่บางอันแอบเซนเซอร์ไม่ออกอากาศ)

 

สัญญากับตัวเองไว้ ว่าจะพยายามอัพบ่อยๆ .....(จะพยายามจริงๆ ) :)

ส่งท้ายปีฉลู 2552

posted on 31 Dec 2009 10:40 by littlepolarbear


วันนี้เป็นวันสุดท้าย...ของปี 2552

กลับมานั่งคิดทบทวนเหตุการณ์ในปีที่ผ่านมา..
ปีนี้มีความทรงจำดี ๆ มากมายเกิดขึ้นในชีวิต

พูดได้เลยว่าปีนี้เหมือนเป็นปีเกิดอีกปี 
หลังจากตัวเองท่องไปในหลุมดำมานานกว่าเกือบ 1 ปีครึ่งแล้วกลับมาใหม่อีกครั้ง
(ไปเที่ยวมาในช่วงประมาณกลางเดือนก.ย.50-ก.พ.52)

การเดินทางในหลุมดำไม่สนุกเลย แต่ก็ทำให้
เราเติบโตขึ้น เข้มแข็งขึ้นและเข้าใจในชีวิตมากขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย

นอกจากนั้นแล้วยังทำให้รู้ว่า ไม่มีสิ่งใดจะยิ่งใหญ่ไปกับคำว่า 
"ครอบครัว"
ครอบครัวของเรา เพราะถ้าไม่มีพวกเขา เราอาจจะยังไม่ได้กลับมาก็ได้

ลำดับถัดมาคือ เพื่อนและคนใกล้ชิดหลาย ๆ คน...
จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้รู้ว่า 
ชีวิตของเราช่างโชคดีที่มีเพื่อนและคนรอบตัวที่ดีรอบตัวมากมาย


สิ่งที่ได้รับจากทุกคน คือ 
ความรัก ความเข้าใจ 
ความอบอุ่น 
กำลังใจ 
และอื่น ๆ อีกมากมาย 
ถึงแม้ว่าตอนนั้นเรารับรู้ได้บ้างไม่ได้บ้าง

แต่ด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่ได้รับอย่างท่วมท้นนั้นมีมาก
มากเสียจนค่อย ๆ ซึมเข้ามาภายในใจจนสัมผัสได้ ทำใ้ห้เริ่มรับรู้และต่อสู้กับตัวเอง

การต่อสู้กับตัวเองเพื่อกลับมาสู่โลกปกติ ไม่ง่ายเลย 
แต่ก็ต้องพยายาม 
ไม่ใช่แค่ทำเพื่อตัวเอง แต่คือการทำเพื่อคนอื่นด้วย

หลังจากดีขึ้นมาในระดับหนึ่ง ตัวเราเองก็ต้องปรับตัวมากมาย 
เนื่องจากตัวเราอยู่กับที่มานาน 
ขณะที่ทุกคนหมุนไปตามโลกที่หมุนไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง

ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายหลายอย่าง 
ทำให้บางคนและบางสิ่งเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา 
(ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติ แต่เราเองนี่แหละที่ไม่ปกติ)
จนบางครั้งก็ทำให้เราเกิดอาการสับสน จนเกิดอาการรับไม่ได้

พอรับไม่ได้ก็ทำให้เกิดความสับสนมากขึ้นไปอีก งุนงง เสียใจ ฯลฯ
และพยายามหาคำตอบว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ 
(แต่ส่วนมากจะิคิดไปเองเสียมากกว่า)

พอคิดไม่ตกก็พยายามทำสิ่งอื่น ๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองไปครุ่นคิดอยู่กับสิ่งนั้นเกินไปจนหมกมุ่น 
เลยหาทางออกด้วยการทำสิ่งโน้นสิ่งนี้ตามเท่าที่อยากจะทำและถูกจริต!!!

บางครั้งคนอื่นอาจเห็นว่าทำตัวไร้สาระ แต่สำหรับเรามันมีสาระมากเลยนะ....
อย่างน้อยก็ช่วยให้เราผ่อนคลายและเหมือนสอนตัวเองให้เปิดใจ+เข้าใจอะไรต่าง ๆ มากขึ้น 

นอกจากนั้นแล้ว
ในความไร้สาระมันก็มีอะไรที่เป็นสาระแอบแฝงอยู่นะ ถ้าเราสัังเกตดี ๆ

จากนั้นก็เริ่มเรียนรู้ ทำความเข้าใจ 
สุดท้ายก็สามารถยอมรับได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น...
และอยู่กับมันได้อย่างมีความสุข
(มันมีความสุขมาก ๆ เลยนะ)

สำหรับปีใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้ามานี้...
เริ่มสอนตัวเองให้ 
"มองโลกในแง่ดีมากขึ้น เพราะอย่างน้อย ก็ทำให้เรามีความสุข" 
แล้วถ้าเรามีความสุข ก็ทำให้คนรอบข้างเรามีความสุขไปด้วย 

-----------------------------------------
 "มองด้านดีของชีวิต และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข"  -นิชคุณ หรเวชกุล ☺ (ตีสิบสโมสร) -

edit @ 31 Dec 2009 10:43:15 by Mee+ Blog

If Only

posted on 18 Dec 2009 04:46 by littlepolarbear
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อยากกินก๋วยเตี๋ยวอย่างแรง 
เลยจะเดินไปกินก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยแถวธ.กรุงเทพฯ ใกล้สามแยกนาหลวง
แต่ร้านดันปิดซะนั่น.... เซ็งๆๆๆ อดกิน
ขากลับผ่านร้านแมงป่องได้ยินโฆษณาผ่านลำโพงซะเสียงดัง 
ได้ิยินแต่คำว่า"ลดกระหน่ำ" แวะเข้าไปดูซักหน่อย
หนังดี ๆ ลดเพียบ DVD ซะด้วย (แอบโฆษณาเล็กน้อย)

แรก ๆ ตั้งใจไว้ว่าจะไปหาเรื่อง Jerry Mcguire กับ City of Angles 
เิดินไปเดินมาได้ City of Angles สมใจปรารถนา แต่ว่า Jerry สาขานี้ไม่มี
เลยเดินดูเรื่องอื่น ก็เลยได้ติดมือมาอีก 2 เรื่อง คือ  If Only กับ P.S.

(มีแต่หนังรักโรแมนติคทั้งนั้นเลยแฮะ สงสัยเราจะขาดแคลนนนน...555)


เมื่อวานซืนว่าง ๆ เลยหยิบ If only มาดูซักหน่อย 
เห็นคนขายบอกว่าเรื่องนี้จะบอกให้เรารู้ว่า เวลารักใครแล้วก็บอกให้เค้ารู้ซะ
อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไป เพราะว่า เราอาจไม่มีโอกาสบอกอีก...

เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างเรียบ ๆ ระหว่างชายหญิงคู่หนึ่งที่อยู่ในลอนดอนผ่านเหตุการณ์ในหนึ่งวัน 

เอียน หนุ่มชาวอังกฤษ ที่หายใจเข้าออกเป็นงาน (บ้างานอย่างแรงงงง) เขารักแฟนสาวของเขาแต่ว่าไม่แสดงออกอะไรเลย ไม่เคยพูดว่ารักรวมทั้งจำอะไรเกี่ยวกับแฟนไม่ค่อยจะได้ด้วย (ผู้ชายเกือบทุกคนคงเป็นอย่างนี้สินะ)

ซาแมนธา (แซม) นักดนตรีสาวชาวอเมริกันที่มาเรียนดนตรีในลอนดอน ชีวิตของเธอสดใส เบิกบาน และมองโลกในแง่ดีเสมอ
ที่สำคัญเธอรัก ให้ความสำคัญและพร้อมเ่ข้าใจในแฟนหนุ่มเสมอที่ไม่เคยมีเวลาให้เธอหรือจำอะไรเกี่ยวกับเธอไม่ค่อยจะได้

เรื่องราวต่าง ๆ ในหนังเกิดขึ้นและจบลงใน 1 วัน เหตุการณ์ต่าง ๆ เรียงลำดับขึ้นมาจากเช้าจรดเย็นจนถึงจุดที่พลิกผัน
เมื่อทั้งสองคนทะเลาะกันหลังจากทานข้าวเย็นในวันที่ซาแมนธาแสดงคอนเสิร์ตวันจบการศึกษา และเธอวิ่งขึ้นแท็กซี่ไป 
ขณะที่รถกำลังผ่านแยก รถแท็กซี่คันนั้นก็ถูกรถอีกคันพุ่งชนต่อหน้าต่อหน้าเอียน ผลคือ ซาแมนธาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล.....

เอียนต้องกลับมาที่บ้านเพียงลำพังด้วยหัวใจที่แตกสลาย 
เขาเปิดไดอารี่ของแซมที่บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ตั้งแต่ตอนที่เธอได้พบและอยู่กับเขา  
เพลงและโน้ตเพลงที่แซมตั้งใจแต่งให้เอียน แต่ไม่กล้าให้เพราะกลัวว่าเขาจะมองเป็นเรื่องตลก
เอียนเสียใจอย่างมากมายที่สูญเสียเธอไป ร้องไห้แล้วก็นอนกอดสมุดบันทึกเล่มนั้นจนหลับ....zzz

แ่ต่ตอนเช้าเมื่อตื่นขึ้นมา เขาพบว่าเวลาแห่งโอกาสได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง 
ซาแมนธายังนอนอยู่ข้าง ๆ เขา ....
และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน กำลังจะหมุนไปเหมือนเดิมอย่างที่เคยเกิดขึ้น
แต่ต่างจากเดิมตรงที่เขารู้แล้วว่าอะไรจะำิเกิดขึ้นบ้าง และเขาจะแก้ไขมันอย่างไร?

เรื่องจากตรงนี้ไปจนจบ...ไม่อยากจะเล่ามากเพราะดูเหมือนจะ "สปอยล์" หนังมากเกินไป
บอกได้แต่เพียงว่า....น่าดู และหักมุมเล็กน้อย(จากที่คิดไว้) รวมทั้งมีซีนซึ้ง ๆ มากมายหลายชอต

หลังดูหนังเรื่องนี้จบแล้วทำให้คิดต่อได้ว่า.....

"เมื่อเรามีคนที่เรารักและรักเรา ยังอยู่เคียงข้างเรา เราจะทำอะไรให้เค้ามีความสุขได้บ้างและจะพูดอะไรกับเขา ณ ตอนนี้ตอนที่เขาคนนั้นยังมีลมหายใจ"
เพราะเราก็ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่า..ในเวลาที่เดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ นั้น คนที่เรารักและรักเรานั้นจะยังมีชีวิตอยู่ให้เราบอกหรือทำอะไรให้หรือเปล่า?
เราจะไปพร่ำบอกเค้าตอนเมื่อสายไปแล้ว เค้าก็คงไม่รับรู้อะไรอีก มีแต่เรานี่แหละที่มานึกเสียดายและเสียใจอยู่คนเดียวแล้วก็คิดว่า ถ้าเราได้ทำอย่างนั้นหรือได้พูดอย่างนี้...ก็คงจะดี


ชีวิตจริงไม่เหมือนในหนังที่ให้โอกาสเราได้แก้ไขในอดีตหรือสิ่งที่ผ่านมาแล้ว 
เพราะในความจริงแล้วเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตได้อีก 
เพราะฉะนั้น...
บอกความรู้สึกดี ๆ กับคนที่เรารัก...
ทำสิ่งดี ๆ กับคนที่เรารัก....
เพราะพรุ่งนี้เราอาจไม่มีโอกาสนั้นอีกก็ได้


edit @ 18 Dec 2009 04:48:17 by Mee+ Blog